นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ยกระดับงานวิจัยท้องถิ่น การผลิตเนื้อโคและโคเนื้อในเขตพื้นที่เมืองชายแดน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนรากหญ้าให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง



โครงการวิจัยที่ได้รับทุนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ผศ.ญาณิน พัดโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสีเขียว มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ประสบผลสำเร็จได้รับทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ปี 2566 ภายใต้กรอบการวิจัย การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน ซึ่งเป็นทุนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยมีหัวใจการทำงานที่สำคัญ คือ ข้อมูล กลไก กระบวนการ เป็นการทำงานบนฐานข้อมูลความรู้ทางวิชาการผ่านกระบวนการวิจัยที่ทำให้ทุกคนมาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างระบบคิดและกระบวนการเรียนรู้ มีเป้าหมายสุดท้าย คือ คนในพื้นที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น และเป็นทุนใหญ่ทุนแรกที่วิทยาเขตสระแก้วของเราได้รับมา โดยตอนนั้นเราได้รับโจทย์ จาก (บพท.) ว่าต้องเป็นงานระดับท้องถิ่น แล้วเราก็อยู่ในจังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายพอดี





ทุนที่ได้รับมามีความความสำคัญยังไงกับ ม.บูรพา วิทยาเขตสระแก้ว
ทุนนี้เป็นทุนที่เราแบ่งออกเป็นภายในและภายนอก ภายในก็คือเรื่องขวัญและกำลังใจของบุคลากร ซึ่งเราไม่เคยขอทุนประเภทนี้ได้ พอได้มีโอกาสได้ทำและขอทุนได้ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ภายในสำนักงานจึงเกิดแรงบันดาลใจ และได้เริ่มขอทุนจากภายนอก โดยภายหลังจากปี 2566 เป็นต้นมา ทุกคนเริ่มหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เลยเกิดเป็นบรรยากาศทางวิชาการที่มีความสนุกเพิ่มขึ้นส่วนภายนอกเราได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงานวิจัยกับท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยปกติเราเป็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น และให้บริการทางวิชาการในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้ทำออกมาให้เป็นที่เผยแพร่ แต่ครั้งนี้เราได้โจทย์มาคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนชายแดน คือถ้าเรามองจังหวัดสระแก้วเป็นภาคตะวันออก บางคนไม่รู้ว่าสระแก้วอยู่ในภาคตะวันออกด้วยซ้ำ เพราะเราไม่มีทะเล เราเป็นภาคตะวันออกที่ไม่มีทะเล และมีภาษาพูด วิถีชีวิต การกิน หรือผลผลิตจากการเกษตร ไม่เหมือนคนทางภาคตะวันออกเลย
ซึ่งปกติทางภาคตะวันออกมีทะเล มีภูเขา มีผลไม้ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดจันทบุรี มีผลไม้ มีการทำประมง แต่ที่สระแก้วไม่มี ขนาดน้ำยังไม่พอใช้เลย เราจึงคิดว่าทำไมสระแก้วถึงมีความแตกต่าง แล้วความแตกต่างตรงนี้เป็นจุดสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนที่นี่ไม่สามารถถูกพัฒนาแบบภาคตะวันออกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราเลยต้องตั้งคำถามว่าเรามีเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่เรามีความยากจนเป็นพิเศษ แล้วก็มีความเงียบเป็นพิเศษด้วย จึงคิดว่าคนที่นี่ได้อะไรจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ จริง ๆ คนสระแก้ว อยากได้โรงงานเหมือนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น ๆ ที่มีโรงงานก็จะเกิดเป็นตลาดแรงงานและมีการพัฒนาชุมชนรอบ ๆ แต่ที่นี่มีเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ ตอนนั้นโจทย์วิจัยเหมือนอยากให้ดูถึงสินค้าส่งออกที่สำคัญ ๆ ระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งไม่มีสินค้าจากจังหวัดสระแก้วเลย สระแก้วมีบทบาทเป็นแค่ทางผ่าน จึงชัดเจนเลยว่าจากการพัฒนาเรื่องนี้คนในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์และเข้าไม่ถึง






เราจึงต้องมาศึกษาวิจัยดูว่าจริง ๆ แล้ว คนในพื้นที่เขาทำหรือประกอบอาชีพอะไร คนในพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำการเกษตรและปศุสัตว์ ด้านการเกษตร จะเน้นปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นหลัก แต่พอมาถึงพื้นที่ชายแดนจริง ๆ ค่อนข้างแห้งแล้งทำการเกษตรไม่ค่อยได้ผล ส่วนใหญ่จะทำปศุสัตว์ คือ การเลี้ยงวัวและการเลี้ยงวัวของคนที่นี่จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการเลี้ยงวัวแบบปกติซึ่งเป็นการนำเข้าสู่งานวิจัยที่เราทำ คือวัวที่นี่จะส่งออกต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าสามารถส่งออกไปได้อย่างไร เราจึงได้ทำการศึกวิจัยการส่งออกวัว พบว่าโดยส่วนใหญ่ใช้วิถีชุมชนในการส่งออก จึงเกิดเป็นบริบทที่คนในพื้นที่ใช้ทำมาหากิน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจรากหญ้าที่ทำให้เกิดรายได้กับคนในชุมชนจริง ๆ เราจึงเอามาทำการศึกษาวิจัยและเขียนขอทุน ซึ่งเราพบว่าวัวของที่นี่ไม่ใช่แค่ส่งไปที่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น มันถูกส่งไปถึงประเทศเวียดนามเลยทีเดียว พอเราเห็นถึงต้นตอและเส้นทางจึงเกิดความสงสัยว่าขั้นตอนและวงจรการส่งออกเป็นเช่นไร จึงได้เริ่มเข้าไปศึกษาและมาทำการวิเคราะห์ว่า จริง ๆ แล้ว ใครได้ประโยชน์ตรงไหน ใครที่ควรจะเข้าไปส่งเสริม เกิดเป็นงานวิจัยเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพื้นที่ชายแดนที่เป็นคนกลุ่มเปราะบางที่มีความยากจน
วัวที่ส่งออกไปถึงต่างประเทศ มีวิธีการส่งออกอย่างไร
เรื่องวิธีการส่งออก เราเคยศึกษาว่าอยากจะส่งเสริมแบบชาวบ้านให้ได้ประโยชน์จริง ๆ หรืออยากส่งเสริมแบบที่แบบภาครัฐได้ประโยชน์ ถ้าอยากให้ภาครัฐได้ประโยชน์ ชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว การส่งออกวัวเป็นการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ มันคือความมั่นคงทางอาหาร โดยความต้องการวัวนั้น ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความต้องการสูงมาก เนื่องจากประชากรของประเทศจีนมีจำนวนมากความต้องการด้านอาหารก็ต้องมีจำนวนมากเป็นธรรมดา และประเทศไทย กัมพูชา เวียดนาม เป็นตัวกลางในการจัดสรรวัวซึ่งเป็นทรพยากรอาหารไปให้ แต่ก่อนที่จะไปถึงประเทศจีน ปริมาณความต้องการวัวของทุกประเทศมีค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ประกอบกับวัวที่ประเทศอื่น ๆ เลี้ยงไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่วัวที่เลี้ยงโดยชาวบ้านของเรามีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของตลาดส่งออก เลยเป็นที่มาของการกดราคา ซึ่งถ้าอยากได้ตามสเปคที่เขาต้องการทั้งหมด จะมีพ่อค้าคนกลางและกระบวนการที่ยุ่งยากเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเกิดเป็นที่มาของเรื่องนี้ว่าเราควรมีตลาดกลาง และควรมีการกำหนดราคาหรือมาตรการในการส่งออกหรือไม่ ซึ่งในตอนนี้วัวที่เราส่งออกไปนั้นหาเท่าไรก็ไม่พอกับความต้องการ






หลังจากที่ทำการวิจัยและขอทุน ฯ ได้สำเร็จ เกิดการกระตุ้นอะไรบ้าง
พอเราได้ศึกษาเส้นทางของการขอทุนแล้ว จึงเกิดเป็นกระบวนการขึ้น โดยในตอนนั้น อ.จักรพันธ์ นาน่วม มีส่วนช่วยผลักดันในส่วนของสภาเกษตร โดยเอาเรื่องนี้เข้าไปสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรต้นน้ำจริง ๆ เพราะในตอนแรกเกษตรกรในพื้นที่เขาเลี้ยงวัวเหมือนเป็นอาชีพเสริม ไม่ได้จริงจังไม่ได้ใส่ใจ จึงไม่ได้ผลผลิตที่ดีมากนัก เราจึงอยากส่งเสริมโดยการสร้างโมเดลเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้จากการเลี้ยงวัว ซึ่งตอนนี้เรื่องได้เข้าไปถึงสภาเกษตรกรของจังหวัดแล้ว โดยทางอาจารย์หรือนักวิจัยของ ม.บูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการแรกรวมไปถึงห่วงโซ่ทั้งหมดของวงจรเลย ซึ่งพอเราได้มาศึกษาและวิเคราะห์ทั้งระบบ จึงได้รู้ว่าเกษตรกรต้นน้ำ ผู้รวบรวม หรือพ่อค้าคนกลาง ไปจนถึงปลายน้ำ ใครคือคนที่จนที่สุด ซึ่งคำตอบคือเกษตรกรต้นน้ำหรือชาวบ้านที่เป็นคนเลี้ยงวัวนั่นเอง พอเราได้คำตอบจึงมุ่งแก้ไขเลยว่าเราจะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้ได้ประโยขน์จริง ๆ ซึ่งได้ทำออกมาเป็นนโยบายร่วมกันกับสภาเกษตรให้เอาบรรจุเข้าแผนของสภาเกษตรกรจังหวัด ซึ่งตรงนี้เหมือนเราเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เกิดนโยบายนี้ขึ้นมา
จากงานวิจัยชิ้นนี้ เราได้มีส่วนร่วมหรือเปลี่ยนแปลงกับสหกรณ์วัวของที่นี่อย่างไร
สหกรณ์วัวของจังหวัดสระแก้ว ที่นี่มีเกือบทุกอำเภอเลยก็ว่าได้ จากเมื่อก่อนที่ชาวบ้านอยากจะนำวัวเข้ามาขายก็นำมาเลย ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ขนาดหรือเกณฑ์ที่จะนำมาขาย ทำให้ได้ราคาที่ไม่เหมาะสม ตรงนี้มีการเปลี่ยนแปลง เราได้ร่วมมือกับสหกรณ์และชาวบ้านโดยการให้ความรู้และมีเกณฑ์ในการเลี้ยงว่าต้องเลี้ยงอย่างไรให้ได้วัวที่มีคุณภาพ ต้องลงทุนซื้ออาหารเสริมให้กับวัวเพื่อที่จะทำให้วัวมีคุณภาพและได้ราคาขาย ซึ่งตรงนี้มีคนที่เข้าใจและยังไม่เข้าใจ เพราะชาวบ้านที่เลี้ยงวัวบางคนไม่มีทุนที่จะหาอาหารเสริมมาให้กับวัว พออยากขายก็ขายเลย เราจึงต้องทำความเข้าใจและมีโมเดลให้กับเขา สำหรับคนที่ไม่พร้อมก็อาจจะมีชีวิตเหมือนเดิม ส่วนคนที่พร้อมก็จะสามารถตั้งธงได้แล้วว่าต้องทำตามขั้นตอนยังไงเพื่อที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยตรงนี้เราได้ลงพื้นที่ไปสำรวจและอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรบางส่วน ซึ่งตรงนี้ยังมีโครงการย่อยอีกสามโครงการ ที่ได้ดำเนินการร่วมกับอาจารย์ พี่ ๆ น้อง ๆ ของวิทยาเขตสระแก้วที่ช่วยกันทำด้วย






ความคาดหวังที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ อยากให้ออกมาเป็นรูปแบบไหน
จริง ๆ แล้ว งานวิจัยชิ้นนี้เชื่อมโยงกับ SDG เรื่องความยากจน โดยในส่วนของการขจัดความยากจน นักวิจัยไม่สามารถที่จะขจัดความยากจนออกไปได้อยู่แล้ว แต่เราเป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะช่วยขจัดความยากจนให้กับคนจนจริง ๆ และทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น ตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นในพื้นที่อย่างมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ที่พอจะทำได้ แก่นสำคัญจริง ๆ คือการพัฒนาท้องที่แต่คนในท้องที่ไม่ได้ประโยชน์ เลยเกิดเป็นงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมา เรื่องวัวเหมือนเป็นแค่ยกตัวอย่างขึ้นมา ประเด็นหลักจริง ๆ คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนยากจนในพื้นที่ โดยอาจมีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่าควรมีการเจอกันตรงกลางเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจนในเขตพื้นที่ชายแดนให้ได้ประโยชน์มากขึ้น




