

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2566 ในที่ 20 – 21 มีนาคม พ.ศ. 2568
ณ หอประชุมธำรง บัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุร
วันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 14 นาฬิกา 28 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2566 ณ หอประชุมธำรง บัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นวันแรก
ในการนี้ ได้ถวายปริญญาบัตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 2 รูป และพระราชทานปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก จำนวน 36 ราย ปริญญาโท จำนวน 31 ราย ปริญญาตรี 1,222 ราย จาก 5 คณะ 1 วิทยาลัย 1 โครงการจัดตั้ง และ1 ศูนย์ คือ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ โครงการจัดตั้งคณะพาณิชยศาสตร์และบริหารธุรกิจ คณะเภสัชศาสตร์ คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ คณะโลจิสติกส์ และศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี รวมจำนวน 1,291 ราย
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานวโรกาสให้ นางนภาพร มูลเมือง
ผู้อำนวยการโรงเรียนชลกันยานุกูล นำคณะผู้แทนโรงเรียนที่ชนะเลิศ การประกวดดนตรีไทยระดับชาติ “บรรเลงภิรมย์ชลกันยา” ครั้งที่ 4 เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล
วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 8 นาฬิกา 40 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2566 ณ หอประชุมธำรง บัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นวันสอง
ในการนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ในระดับปริญญาโท จำนวน 208 ราย และปริญญาตรี จำนวน 3,090 ราย รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,298 คน จาก 18 คณะ 3 วิทยาลัย ได้แก่ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ คณะอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะแพทยศาสตร์ คณะดนตรีและการแสดง คณะวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา คณะศึกษาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร คณะสหเวชศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า “ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคน
ที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ.
ในโลกยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บัณฑิตย่อมจะต้องพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้ เพื่อนำไปใช้ประกอบการงาน สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตนและส่วนรวม. แต่นอกจากความรู้แล้ว ทุกคนยังจำเป็นต้องมีคุณธรรรมเป็นเครื่องกำกับตนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต. ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริตนั้น คือผู้ที่คิดดี คิดตรง คิดชอบ ประกอบด้วยเหตุผลและความชอบธรรม จึงทำให้ ประพฤติดี ประพฤติตรง ประพฤติชอบ และปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างได้ถูกต้องเป็นธรรมเสมอ. หากบุคคลครองตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จะทำการสิ่งใดก็ย่อมเป็นไปไนทางที่ดีที่เจริญ
ทั้งได้รับความเชื่อถือยกย่อง และความร่วมมือสนับสนุนจากสาธุชนคนดีทุกเมื่อ. กิจการงานที่ทำ ก็จะสำเร็จผลเป็นประโยชน์ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและความสงบสุขมั่นคง ทั้งของตนเอง สังคม และประเทศชาติ.
จึงขอให้บัณฑิตทุกคนตั้งใจพยายามพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต เช่นเดียวกับที่มีความรู้สูง. ”















































