


ในยุคที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีการเกษตรได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาในการผลิตอาหารให้เพียงพอ การนำความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรมาใช้ หมายถึง การนำความรู้ทักษะและทรัพยากรที่มีมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา เพิ่มศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานข้อมูลจาก World Population Data Sheet คาดการณ์ว่าในปี 2050 ประชากรโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 9.9 พันล้านคน ซึ่งทำให้ต้องมีการผลิตอาหารมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ทรัพยากรธรรมชาติของเรากลับลดลง และยังมีเรื่องปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผลิตอาหารได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ โลกที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อากาศที่แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงบ่อย รวมถึงธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ ทางออกของโลกใบนี้นั้นจึงเป็นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมการเกษตรที่จะช่วยให้สามารถผลิตอาหารให้คนบนโลกได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน


และในฐานะที่มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่มุ่งเน้นผลิตบัณฑิต พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการและภารกิจเพื่อสังคมและชุมชน ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการเกษตร โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการเกษตรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ด้านการเรียนการสอนเทคโนโลยีการเกษตร และมีงานวิจัยที่มีประสิทธิผลและมากเพียงพอในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรและงานวิจัยด้านการเกษตรจะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลิตผลพัฒนาคุณภาพและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองกับความต้องการที่หลากหลาย เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตร โดยส่วนสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการทำการเกษตร คือ พื้นที่และแหล่งน้ำ ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีวิธีการจัดการพื้นที่และแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อให้ระบบการทำเกษตรมีน้ำใช้หมุนเวียนใช้ในการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ซึ่งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเป็นการจัดหาและนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านการเกษตรด้วยวิธีการที่เหมาะสม



นายวรพจน์ เอี่ยมรักษา รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสระแก้ว มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยถึงการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ในช่วงที่ผ่านมาว่า “วิทยาเขตสระแก้ว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาแหล่งน้ำ พร้อมทั้งระบบส่งน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และแหล่งน้ำบริเวณรอบมหาวิทยาลัย จำนวน 55 ไร่ เพื่อใช้เป็นโครงการสนับสนุนมหาวิทยาลัยทางด้านการศึกษาและการเกษตร ที่จะช่วยเหลือชุมชนโดยรอบเขตมหาวิทยาลัยและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้นิสิตที่เรียนทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรของมหาวิทยาลัย มีโอกาสในการใช้พื้นที่และแหล่งน้ำในการศึกษาและทดลองปฏิบัติงานจริง และสามารถต่อยอดในการทำงานสร้างความมั่นคงในชีวิตและครอบครัว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อน EEC ที่ยังคงให้ความสำคัญด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ
และในอนาคตตนเชื่อว่าจะมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว มีแหล่งน้ำและพื้นที่ทำการเกษตร หากในอนาคตมีนักศึกษามากพอ สาขาวิชาฟาร์มมิ่งหรือเทคโนโลยีทางเกษตร อาจจะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนหรือการร่วมลงทุนทางด้านการทำฟาร์มหรือผลิตผลทางการเกษตรและแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยในผลประโยชน์ที่เป็นกำไร อาจจะจัดสรรส่วนหนึ่งให้เป็นทุนการศึกษาและดำเนินการเป็นสถานที่ทดลองงานให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงในวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตร หรือ Training Center ซึ่งค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ โดยหัวใจของเรื่องนี้ คือ มหาวิทยาลัยมีแหล่งน้ำเดิมอยู่แต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากวิทยาเขตไม่มีระบบการส่งน้ำที่ทีประสิทธิภาพ แต่เราจำเป็นต้องสูบน้ำมาใช้ในการดำเนินงานทั้งด้านการเกษตรและการศึกษา สำหรับโครงการ ฯ ที่ได้รับการสนับสนุนมา คือโครงการกระจายระบบส่งน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นโครงการใหม่เน้นการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้ระบบโซลาร์เซลล์และเครื่องสูบน้ำส่งน้ำผ่านท่อไปยังพื้นที่เกษตรกรรม ดั้งนั้น ในตอนนี้ สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาและวางแผนเส้นทางท่อและระบบการส่งกระจายน้ำให้ตรงจุดเพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับการเกษตรของคนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด”



ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ต้องขอขอบคุณ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เล็งเห็นความสำคัญของชุมชนบริเวณโดยรอบ และพื้นที่ของมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ที่พร้อมจะเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้ในด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว จะเจริญเติบโตและมีความก้าวหน้าสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและสังคมในภูมิภาค ต่อไป




