

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2569 ณ อาคารหอประชุมธำรง บัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี












โอกาสนี้พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี จาก 12 คณะ รวมทั้งจากวิทยาลัยนานาชาติ และศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรรวม 4,591 คน
มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งมั่นยกระดับการพัฒนาขีดความสามารถ ในการผลิตบัณฑิต การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการ และภารกิจเพื่อสังคมและชุมชน การทำนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรม การบริหารจัดการ เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของรัฐและท้องถิ่น ตลอดจนมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเป็นมหาวิทยาลัยหลักใน EEC มีบทบาทในการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้มีศักยภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาประเทศแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ด้วยองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายในภาคตะวันออก รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรตามทิศทางของการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย การพัฒนา เทคโนโลยี และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นพัฒนา และยกระดับ คุณภาพการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการเพื่อสังคม ตลอดจนการบริหารงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาการและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล









หลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือ อพ. สธ. ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพา เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2544 และได้รับพระราชานุญาตให้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 มีขอบเขตการดำเนินงานใน 5 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา ประสานงาน ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและโรงเรียน ร่วมสนองพระราชดำริฯ ในงานฐานทรัพยากรท้องถิ่นและสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน มีการจัดอบรมให้แก่สมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน สมาชิกฐานทรัพยากรท้องถิ่น และหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริฯ อย่างน้อยปีละ 4 หลักสูตร และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรให้แก่เยาวชนและบุคคลทั่วไป
นอกจากนี้ คณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ยังนำองค์ความรู้ทางวิชาการ มาวิจัย ศึกษา และประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาร่วมกับคนในพื้นที่ อาทิ การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพแนวปะการัง บริเวณหมู่เกาะแสมสาร ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ซึ่งรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลในแนวปะการัง ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างฐานข้อมูลสำหรับวางแผนอนุรักษ์ ทำให้ค้นพบปลิงสร้อยไข่มุกสกุลใหม่ของโลก ชี้ให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ชายฝั่งไทย ซึ่งจะช่วยกำหนดแนวทางจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ และยังเป็นฐานในการอนุรักษ์และดูแลสมดุลของแนวปะการังให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
คณะวิทยาศาสตร์ ศึกษาการฟื้นฟูแนวหญ้าทะเล ในพื้นที่แสมสารและอ่าวไม้รูด จังหวัดตราด โดยทดลองปลูกหญ้าทะเล ในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมต่างกัน ทำให้เห็นความสำคัญของลักษณะตะกอน ความแรงของกระแสน้ำ ความขุ่น และระดับความลึก ช่วยให้รักษาทรัพยากรหญ้าทะเลและระบบนิเวศชายฝั่งไทยได้ในอนาคต
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พัฒนาต่อยอดแป้งเท้ายายม่อม และอาหารพื้นถิ่นชลบุรี – ชุมชนบ้านปึก จากขนมงานวัด สู่สำรับอาหารพื้นถิ่นชลบุรี สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่นที่เน้นการอนุรักษ์และพัฒนาต้นเท้ายายม่อม พืชพื้นถิ่นที่กำลังหายไปจากวิถีชุมชน ทีมวิจัยร่วมกับชาวบ้าน พัฒนารูปแบบการปลูกในพื้นที่จำกัด และพัฒนา 4 เมนูขนม ได้แก่ ขนมแป้งเปียก ขนมก้นถั่ว ขนมหน้าหมู และขนมกะลอจี๊
ส่วนนวัตกรรมเซรามิกยั่งยืนจากเปลือกหอยแมลงภู่ ของคณะวิทยาศสตร์ นำทรัพยากรท้องถิ่นทางทะเล มาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ นำเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งเป็นขยะเหลือทิ้งจำนวนมากในพื้นที่ มาแปรรูปเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตเซรามิก แก้ปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนของ BCG Model สร้าง Soft Power ผ่านอัตลักษณ์ทะเลไทย เป็นแบบอย่างของ Eco-design ที่เชื่อมโยงความยั่งยืนกับเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่งได้อย่างสมดุล
ด้านคณะดนตรีและการแสดง มุ่งสร้างจิตสำนึก อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคตะวันออก สู่ฐานข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต นำเสนอศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดตราด ได้แก่ หนังตะลุงศิษย์สร้อยแสงและเพลงลำภาวัดบางปรือ ที่อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน ด้วยการสร้างจิตสำนึก ผ่านการสื่อสารที่เข้ากับยุคปัจจุบัน อาทิ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปรับรูปแบบการแสดงให้ร่วมสมัย และสร้างพื้นที่ให้เยาวชนสัมผัสประสบการณ์ตรง งานวิจัยเน้นบทบาทสำคัญของการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อให้ชุมชนภาคภูมิใจกับรากวัฒนธรรมของตนเองได้มากขึ้น



